ขั้นตอนการ Verified บัญชี Alertpay
หลังจากนั้นที่ท่านได้ทำการสมัคร Alertpay เสร็จเรียบร้อยแล้วให้เราล็อคอินกลับเข้ามายัง Alertpay อีกครั้งครับกลับมาที่หน้า Overview นะครับ.. เพื่อทำการ ยืนยันการตัวตนของท่านว่ามีตัวตนอยู่จริงตามที่อยู่ที่เราใช้สมัคร Alertpay ครับโดยในตอนเเรกสถานะบัญชีของเราจะเป็น Unverified ครับคือการยังไม่ได้ยืนยันตัวตนกับทาง Alertpay ที่นี่เรามาดูวิธีการ Verified บัญชี Alertpay กันครับโดยทำตามขั้นตอนด้านล่างนี้เลยนะครับ
จากนั้นระบบจะอธิบายถึงเอกสารและประเภทเอกสารที่นำมายืมยัน ! ดังรูป..ด้านล่างนี้ครับหมายเหตุ :: เอกสารที่เราที่เราจะส่งให้ Alertpay ต้องเป็นเอกสารภาษาอับกฤษเท่านั้นนะครับสำหรับท่านที่ใช้เอกสารภาษาไทยให้เขียนภาษาอังกฤษแปลไปกับเอกสารที่เราส่งไปด้วยครับ
ให้เลือกลงมาด้านล่างจะเจอกับการเลือกรูปแบบเอกสารที่จะต้องส่งไปให้กับ Alertpay เพื่อ Verified บัญชีของเราครับดังรูปด้านล่าง
จากนั้นระบบจะให้เราเลือกชนิดของเอกสารที่จะส่งมาอีกครั้ง
เมื่อเลือกแล้วให้กดหาไฟล์เอกสารของเราที่ต้องการส่งไป แล้วจากนั้นก็กด Upload ครับ หลักจากที่เรา Upload เอกสารส่งไปหมเรียบร้อยแล้วทาง Alertpay จะตรวจสอบเอกสารของเราที่ส่งไปทั้งหมดเพื่อทำการ Verified บัญชีให้กับเราครับ ในระหว่างที่เรารอ Alertpay ตรวจสอบเอกสารของเรา เราสามารถตรวจสอบสถานะการตรวจสอบจาก Alertpay ได้จาก Link บนหน้า Overview ของเรา ดังรูปด้านล่างครับ
โดยสถานะเอกสารจะมีดังนี้!!!
หากบัญชีของเรา Verified เสร็จเรียบร้อยแล้วในหน้า Overview ของเราจะเป็นดังรูปด้านล่างครับ
การ verified AlertPay ไม่เหมือน PayPal ครับ ไม่ต้อง Add บัตรเครดิตร (อันนี้อีกกรณี) แค่สแกนแล้วอัพโหลดหลักฐาน 2 ชิ้นก็พอแล้วครับมี บัตรประชาชน, ใบขับขี่, พาสปอร์ต ให้อัพโหลดในส่วนของ Photo ID อีกอันหนึ่งที่ต้องส่งควบคู่กันไปด้วยคือพวกบิลต่างๆ เป็นบิลบัตรเครดิตบิลค่าอินเตอร์เน็ตหรือค่าโทรศัพท์ แต่ชื่อ-ที่อยู่ต้องตรงกับ Photo ID ให้อัพโหลดในส่วนของ Proof of Address รอ 3-30 วันก็น่าจะผ่าน
กรณีถ้าคุณไปเปลี่ยนแปลงที่อยู่ใน Profile คุณจะต้องทำการ verified ใหม่แต่ทาง AlertPay ก็ไม่ได้จำกัดให้ต้อง verified นอกเสียจากจะรับส่งเงิน จำนวนมากบ่อยๆ ทาง AP ถึงจะ Lock Account และให้ทำการ verified
บัตรเครดิตใช้ในกรณี Add เข้าไปเพื่อใช้จ่ายเท่านั้น ซึ่งมีลิมิตที่ $250 ต่อเดือน บัญชีที่จะรับเงินจากบัตรเครดิตได้จะต้องเป็นแบบ Personal Pro ขึ้นไปและมีค่าธรรมเนียมการรับเงิน 5% + $0.25 USD
ส่วนบัญชีแบบ Personal Starter ไม่สามารถรับเงินจากบัตรเครดิตได้และมีลิมิตในการรับเงินเดือนละไม่เกิน $400 USD รวมต่อปีไม่เกิน $2000 USD แต่ไม่มีค่าธรรมเนียมการรับเงิน บัญชีแบบ Personal Pro และ Business ไม่มีลิมิตใดๆ และเพิ่มฟั่งชั่นต่างๆ เพิ่มเติมคล้าย PP แต่มีค่าธรรมเนียมในการรับเงิน 2.5% + $0.25 USD
ลิมิต มีครับสำหรับบัญชี Personal Starter ยังที่เคยบอก รับได้ไม่เกินเดือนละ $400 รวมต่อปีไม่เกิน $2000 ถ้ารับเงินเกินก็จะติด Panding Upgard Pro Account ไม่ว่าจะ Verify แล้วหรือไม่ก็ตาม รายละเอียดส่วนใหญ่ยังเหมือนเดิมที่เคยบอกไปแล้ว
ณ ปัจจุบัน แนะนำให้ Verify ไปเลยครับ ยังไงสักวันก็ต้องโดนให้ Verify อยู่แล้ว มันจะต่างกันตรงที่ ถ้า Verify ก่อน สามารถใช้บัญชีได้ปกติ แต่ถ้าถูกทางเว็บบังคับให้ Verify จะไม่สามารถใช้เงินในบัญชีได้ และถูกจำกัดความสามารถเกือบทุกอย่างคล้าย PP ต้องรอจนกว่าเวปจะตรวจสอบข้อมูลที่เราส่งไป Verify เสร็จก่อน เรื่องเวลาไม่แน่นอน 1-15 วัน บางคน 2 อาทิตย์กว่า ส่วนข้อจำกัด ถ้าอัพเกรดเป็นแบบ Pro ก็จะไม่มีข้อจำกัดใดๆครับถ้าท่านใดที่รับเงินมากๆเดือนนึงไม่ต่ำกว่า 400$ แนะนำให้อับเกรดบัญชีเป็นแบบ Personal Pro นะครับ


กลับหน้าแรก